หน้าแรก  สาระน่ารู้  บทความน่ารู้-ขึ้นลงบันไดอย่างไรให้ได้ประโยชน์

NEW

ขึ้นลงบันไดอย่างไรให้ได้ประโยชน์


คุณสาวๆ หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า ถ้าหากเราหันมาใช้วิธีการเดินขึ้นลงบันไดแทนที่จะใช้ลิฟต์และบันไดเลื่อนแล้ว จะเป็นการช่วยกำจัดเซลลูไลท์ส่วนเกินในร่างกายได้อย่างน่าทึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าเซลลูไลท์ที่มีการสะสมอยู่ในบริเวณขาและน่อง จนทำให้สาวๆ หลายคนเกิดปัญหาต้นขาใหญ่ไม่น่าดู

ขอขอบคุณ

รูปภาพจาก : beauty24store.com
ข้อมูลดีๆ จาก : beauty24store.com

การเดินขึ้นบันไดประมาณวันละ 15 นาทีโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาไปออกกำลังกายอย่างเป็นเรื่องเป็นราวนั้น สามารถช่วยในการเผาผลาญพลังงานได้ถึง 8-11 กิโลแคลอรี่ต่อนาที ซึ่งนับว่าเป็นอัตราการเผาผลาญที่สูงมากเมื่อเทียบกับการออกกำลังกายโดยทั่วไป ส่วนการเดินลงบันไดจะช่วยเผาผลาญแคลอลี่ไปเพียง 1 ใน 3 ของการเดินขึ้นบันได้เท่านั้น ซึ่งการเดินขึ้นบันไดโดยเฉลี่ยวันละ 2 ชั้น สามารถช่วยลดน้ำหนักได้ 2.7 ก.ก. ในเวลา 1 ปี อีกด้วย นอกจากนี้เมื่อออกกำลังกายโดยการเดินขึ้นลงบันไดเป็นประจำ เซลลูไลท์บริเวณต้นขาจะถูกเผาผลาญออกไป ทำให้น่องเล็ก กระชับ และเข้ารูปมากกว่าเดิม

ดร.ริชาร์ด สจ๊วต ได้ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่างของผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักจำนวน 1,500 คน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกให้ลดน้ำหนักโดยการควบคุมอาหารเพียงอย่างเดียว ส่วนกลุ่มหลังให้ทำการควบคุมอาหารพร้อมกับการเดินเร็วและการเดินขึ้นลงบันได ผลที่ได้ปรากฏว่า กลุ่มแรกมีน้ำหนักโดยเฉลี่ยลดลง 1.5 กก. ในขณะที่กลุ่มหลัง ซึ่งมีการออกกำลังกายโดยการเดินขึ้นลงบันไดร่วมด้วยนั้น มีน้ำหนักลดลงเฉลี่ย 2.4 กก. การเดินขึ้นลงบันได เป็นวิธีการออกกำลังกายที่ง่ายและสะดวก สามารถทำได้เป็นประจำทุกวัน ทุกที่ทุกเวลาที่โอกาสอำนวย แต่อย่างไรก็ดี การออกกำลังกายโดยการเดินขึ้นลงบันได ไม่เหมาะกับคนที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อม หรือมีปัญหาด้านสุขภาพเข่า

วิธีการออกกำลังกายเพื่อกำจัดเซลลูไลท์ด้วยการเดินขึ้นลงบันไดยังมีประโยชน์ต่อส่วนอื่นๆของร่างกาย เนื่องจากเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิก ช่วยทำให้หัวใจและปอดแข็งแรง พร้อมกับทำงานได้ดีขึ้นกว่าเดิมถึง 20% กล้ามเนื้อต้นขา น่อง ก้น แข็งแรงและกระชับมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการช่วยเพิ่มมวลกระดูกให้กับผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือน เพิ่มปริมาณไขมัน HDL ซึ่งเป็นไขมันส่วนดีที่ร่างกายต้องการ และลดไขมันในเลือดได้อย่างน้อย 8%

การออกกำลังกายโดยการเดินขึ้นลงบันไดอย่างถูกวิธี


ก่อนการเดินขึ้นลงบันไดควรเริ่มจากการเดินในแนวราบก่อน เมื่อคิดว่าตัวเองมีกำลังขาแข็งแรงดีแล้วจึงค่อยเปลี่ยนไปเป็นการเดินขึ้นบันได โดยเริ่มจากจำนวนชั้นน้อยๆ ก่อน เช่น 1 ชั้นสลับไปกับการเดินแนวราบประมาณ 50-60 เมตร เมื่อร่างกายมีการปรับตัวได้ จึงค่อยๆ เพิ่มจำนวนชั้นมากขึ้นเป็น 2 ชั้นในกรณีที่อยู่ในตึกสูง ไม่จำเป็นที่จะต้องเดินขึ้นลงบันไดทุกชั้น อาจจะใช้วิธีขึ้นลิฟต์ไปลงชั้นที่ต้องการก่อน เช่น ต้องการไปชั้น 20 แต่ลงลิฟต์ในชั้นที่ 19 แล้วทำการเดินขึ้นบันไดต่อไปเอง เป็นต้น ขอเสริมอีกนิดนึงว่าการเดินขึ้นลงบันไดทุกครั้งควรจับราวบันได หรือวางมือเอาไว้ให้ใกล้กับราวบันได เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้จากการก้าวพลาด จากการทดลองของ ดร.ลิวอิส ฮาสซี อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์สิ่งมีชีวิต มหาวิทยาลัยโรแฮมตัน ประเทศอังกฤษพบว่า การเดินขึ้นบันไดอย่างช้าๆทีละขั้นนั้น ช่วยในการลดน้ำหนักได้ดีกว่าการเดินขึ้นบันไดแบบเร็ว หรือเดินขึ้นทีละ 2 ขั้น เพราะการเดินขึ้นอย่างช้าๆ จะทำให้เกิดการใช้กล้ามเนื้อในการเดินมากกว่าการเดินเร็ว ซึ่งทำให้มีการเผาผลาญพลังงานและไขมันในร่างกายได้มากกว่า

ข้อควรระวังเมื่อออกกำลังกายโดยการเดินขึ้นลงบันได


1. เมื่อเริ่มรู้สึกว่าเจ็บเข่า ควรหยุดการออกกำลังกายด้วยการเดินขึ้นลงบันได เพื่อป้องกันการเกิดอาการข้อเข่าเสื่อม ควรเปลี่ยนวิธีการออกกำลังกายใหม่ เช่น การเดินในแนวราบ เป็นต้น จนกระทั่งเข่าหายเจ็บดีแล้ว จึงค่อยกลับไปทำการเดินขึ้นลงบันไดใหม่

2. ในขณะออกกำลังกายด้วยการเดินขึ้นลงบันไดอยู่นั้น ไม่ควรหยุดในทันที เพราะจะทำให้เลือดไปคั่งที่ขา ทำให้เลือดไหลกลับไปสู่ช่องท้อง ทรวงอก และหัวใจน้อยลง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการหน้ามืดหรือเป็นลมได้ ให้ทำการเดินต่อช้าๆ อีกสักพักหนึ่งแล้วค่อยหยุดพัก จะช่วยทำให้ร่างกายมีการปรับตัวได้ดีกว่า และยังช่วยป้องกันอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อจากการ ออกกำลังกายได้อีกด้วย